กิจการน้ำมันประเภทไหนที่ต้องขออนุญาต?

น้ำมันถือว่าเป็นวัตถุไวไฟ ดังนั้นการครอบครองน้ำมันจะต้องกักเก็บอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและที่สำคัญจะต้องได้รับอนุญาตการกักเก็บน้ำมันก่อนนำใช้งาน

  

กิจการของคุณกักเก็บน้ำมันเท่าใด ถึงต้องขออนุญาต
ตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 และ พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 แบ่งออกเป็น 3 ประเภท โดยทั้งสามประเภทนั้นแตกต่างกันที่ปริมาณของน้ำมันที่กักเก็บเอาไว้ เพราะฉะนั้นคุณต้องรู้ก่อนว่า น้ำมันที่คุณจะนำมาใช้นั้นจะอยู่ปริมาณเท่าไร หรือก็คือขนาดของถังเก็บน้ำมันนั่นเอง

  ประเภทที่ 1 

ไม่ต้องขออนุญาต เป็นรูปแบบร้านจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดย่อย ยกตัวอย่างเช่น กิจการจำหน่ายน้ำมันบรรจุขวด หรือบรรจุถังขนาดเล็ก ปริมาณน้ำมันกับชนิดความไวไฟที่กำหนดในกิจการประเภทที่ 1 มีดังนี้  

- ชนิดไวไฟมาก มีประมาณไม่เกิน 40 ลิตร 
- ชนิดไวไฟ ปานกลาง มีปริมาณไม่เกิน 227 ลิตร  
- ชนิดไวไฟน้อย มีปริมาณไม่เกิน 454 ลิตร 

 

ประเภทที่ 2
จำเป็นต้องแจ้งพนักงานรับทราบก่อน เป็นรูปแบบโรงงานขนาดเล็กหรือเพื่อการเกษตร  ยกตัวอย่างเช่น เถ้าแก่่ไร่อ้อยมีถังน้ำมันเหนือพื้นดินสำหรับเติมน้ำมันรถไถ่ในกิจการตนเอง ปริมาณน้ำมันกับชนิดความไวไฟที่กำหนดในกิจการประเภทที่ 2 มีดังนี้ 
- ชนิดไวไฟมาก มีปริมาณเกิน 40 ลิตร แต่ไม่เกิน 454 ลิตร 
- ชนิดไวไฟปานกลาง มีปริมาณเกิน 227 ลิตร แต่ไม่เกิน 1000 ลิตร   
- ชนิดไวไฟน้อย มีปริมาณเกิน 454 ลิตร แต่ไม่เกิน 15,000 ลิตร 

 

ประเภทที่ 3

จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตก่อน เป็นรูปแบบโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น โรงงานผลิตสินค้าหรือขนส่งขนาดใหญ่ ที่จำเป็นต้องใช้ปริมาณน้ำมันครั้งละมากๆ สำหรับเติมยานพาหนะปริมาณน้ำมันกับชนิดความไวไฟที่กำหนดในกิจการประเภทที่ 3 มีดังนี้    
- ชนิดไวไฟมาก มีปริมาณเกิน 454 ลิตรขึ้นไป 
- ชนิดไวไฟ ปานกลาง มีปริมาณเกิน 1000  ลิตรขึ้นไป 
- ชนิดไวไฟน้อย มีปริมาณเกิน 15,000 ลิตรขึ้นไป แต่ปริมาณทั้งหมดต้องไม่เกิน 500,000 ลิตร  
   

ดังนั้นผู้ประกอบกิจการน้ำมันควรตรวจการกักเก็บ และเทียบปริมาณกับลักษณะดังที่กล่าวมา เพื่อให้เตรียมพร้อมการขออนุญาตถูกต้องตามที่ข้อกฏหมายกำหนด  

กรุณากรอกข้อความ...
Visitors: 1,006,390